WFME หลักสูตรวุฒิบัตรฯสาขารังสีวิทยาวินิจฉัย

 Competency 6 ด้าน ได้แก่

1 ทักษะและเจตคติในการบริบาลผู้ป่วย (Patient care)
2 ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการนำไปใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วย และสังคมรอบด้าน (Medical knowledge and technical skills)
3 การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement)
4 ทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills)
5 ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
6 การปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบ (System-based practice)

CURRICULUM MAPPING WFME
COMPETENCYLEARNING PROCESSASSESSMENT
1. Patient Care1.1 สอนภาคทฤษฎี
– Patient safety
– MR safety
– Contrast safety
– Radiation safety
– Non-technical skills for patient safety
1.2 การฏิบัติงานในชีวิตประจาวันในด้านการให้คาปรึกษาและแนะนาเกี่ยวกับการตรวจทางรังสีวิทยาวินิจฉัยในกลุ่มโรคที่ต้องรู้
– การเตรียมผู้ป่วยก่อนการตรวจแต่ละชนิด
– การวางแผนการตรวจ (CT. MRI protocol) ที่เหมาะสมกับผู้ป่วย เพื่อความปลอดภัยและ radiation dose
– การตรวจกรองผู้ป่วยหรือการซักประวัติเพิ่มเติม (หรือการดูผลทางห้องปฏิบัติการ)ก่อนรับการตรวจทางรังสีวินิจฉัย เช่น การแพ้สารทึบรังสี โรคประจาตัวหรือโรคไต เพื่อเลือกใช้สารทึบรังสี (contrast medium) หรือ MR contrast agent ที่เหมาะสม
1.3 การปฏิบัติงานในการขอความยินยอมในการตรวจและการทาหัตถการทางรังสีวิทยาวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษา
1.4 ให้ข้อมูลการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมทางรังสีวิทยาวินิจฉัยต่อแพทย์เจ้าของไข้ เมื่อได้รับปรึกษาขอการตรวจต่างๆทั้งในเวลาและนอกเวลา ภายใต้การดูแลหรือให้คาปรึกษาจากแพทย์ประจาบ้านต่อยอดและอาจารย์
1.1 การสอบ
– การสอบข้อเขียน
– การสอบลงกอง (INR)
1.2 การประเมิน workplace assessment โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะ EPA และการให้ feedback
2. Medical Knowledge and Technical Skills2.1 สอนภาคทฤษฎีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและคลินิกสัมพันธ์, medical radiation physics, radiobiology, radiation safety และการบูรณาการทางการแพทย์
2.2 สอนทฤษฎีและการทา conferenceเกี่ยวกับความรู้ทางรังสีวิทยาวินิจฉัยหรือรังสีร่วมรักษา แยกตามระบบ ผ่านกิจกรรมทางวิชาการ เช่น
– lectures, seminar, topics, journal club, interesting cases, morbidity/mortality conferences
2.3 การสอนบรรยายและอภิปรายกับอาจารย์ ในการปฏิบัติเพื่อสามารถเลือก imaging protocol ควบคุมวิธีการตรวจ การเลือกใช้สารทึบรังสีที่เหมาะสมกับผู้ป่วย และรายงานผลภาพทางรังสีวิทยาพื้นฐานในกลุ่มโรคที่ต้องรู้
2.4 ปฏิบัติหรือมีส่วนช่วยในการตรวจหรือทาหัตถการต่างๆทางรังสีวินจฉัย และรายงานผลการตรวจรังสีวินิจฉัยหรือรังสีร่วมรักษา
2.5 การศึกษาด้วยตนเอง จากสื่อต่างๆ
2.1 การสอบ
– สอบภาคทฤษฎี และ
สอบปากเปล่า
2.2 Direct observation
2.3 การบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการของแพทย์ประจาบ้าน
3. Practice-based learning and Improvement self-directed learning & life-long learning3.1 การเรียนรู้ภาคทฤษฎี เรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย (patient safety) เกี่ยวกับ contrast agent, radiation safety และ MR safety
3.2 การเข้าร่วมกิจกรรม journal club (นาเสนอและเข้าฟัง)
3.3 การทางานวิจัยที่ได้ค้นคว้าวิจัยด้วยตนเอง ในรูปแบบ original research ที่มีการเก็บข้อมูลแบบ retrospective, prospective หรือ cross-sectional study ที่มีการกล่าวถึงความเป็นมาของปัญหา วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธี การศึกษาวิจัย ผลงานวิจัย การวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสรุปผล ภายใต้การกากับ ดูแลของอาจารย์ผู้ให้การฝึกอบรม
3.4 แพทย์ประจาบ้านรับทราบผลการประเมิน จากอาจารย์ การทา self-reflection และ feedback จากอาจารย์ เพื่อการพัฒนาและการปรับปรุง การเรียนรู้ด้วยตนเอง
3.1แบบประเมิน 360 องศา
จากพยาบาลและรังสีเทคนิค
3.2 ใบประเมินภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรม Journal club
3.3 วิทยานิพนธ์ และใบประเมินงานวิจัยภายหลังการเข้า research forum
3.4 Self-reflection และ feedback ใน portfolio
4. Interpersonal and Communication Skills4.1 การสอนบรรยายเพื่อเตรียมความพร้อมสาหรับแพทย์ประจาบ้าน ในหัวข้อเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะปฏิสัมพันธ์ และการสื่อสาร
4.2 การปฏิบัติการขอความยินยอมในการตรวจทางรังสีวินิจฉัย หรือรังสีร่วมรักษา จากผู้ป่วยหรือญาติสายตรง
4.3 การปฏิบัติ เรื่องการสื่อสารในสถานการณ์เฉพาะ เช่น การแจ้งข่าวร้าย การจัดการเมื่อเกิดข้อผิดพลาด เป็นต้น ร่วมกับแพทย์ประจาบ้านต่อยอดหรืออาจารย์
4.4 การปฏิบัติงานกับเพื่อนผู้ร่วมงานสหวิชาชีพ แพทย์ต่างสาขา และการสอนแพทย์ประจาบ้านรุ่นน้อง
4.5 มีโอกาสนาเสนอข้อมูลในกิจกรรมวิชาการ (presentation) เช่น interdepartmental conference, interesting case, Journal club เป็นต้น
4.6 ให้การรายงานผลเบื้องต้นต่อแพทย์เจ้าของไข้ และการเขียนรายงานผลตรวจด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง
4.1 แบบประเมิน 360 องศา จากพยาบาลและรังสีเทคนิค
4.2 ใบประเมินภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรม Journal club, seminar
4.3 การประเมิน การรายงานผลภาพวินิจฉัยใน Report system (จาก EPA และการตรวจรายงานโดยอาจารย์ที่รับผิดชอบ)
5. Professionalism5.1 การสอนบรรยายในเรื่องของจริยธรรมทางการแพทย์ กฎหมายทางการแพทย์ การบริหารทางการแพทย์ ความรู้ทางด้านบูรณาการทั่วไปทางการแพทย์ เป็นต้น 5.2 การสอนเพื่อความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม (holistic care) และเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง 5.3 การเข้าร่วมกิจกรรมทางด้านการดูแลผู้ป่วย ร่วมกับแพทย์ต่างสาขา เช่น tumor board หรือ interdepartmental conference ได้ประสบการณ์ การทางานร่วมกัน การวางแผนดูแลผู้ป่วย บทบาทของรังสีแพทย์ในการวินิจฉัยหรือรังสีร่วมรักษา เพื่อการพัฒนาให้มีเจตคติที่ดีในวิชาชีพ5.1 การสอบภาคทฤษฎี
5.2 การประเมิน workplace assessment โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะ EPA
5.3 แบบประเมิน 360 องศา จากพยาบาลและรังสีเทคนิค
5.4 Direct observation ในการเข้าร่วมกิจกรรม
6. System- based practice6.1 มีการสอนบรรยายเรื่อง การบริหารความเสียงในโรงพยาบาล ระบบคุณภาพและการรับรองคุณภาพ
6.2 การปฏิบัติงานที่ให้โอกาสในการตัดสินใจ(ภายใต้การกากับดูแลของแพทย์รุ่นพี่และอาจารย์) การทางานร่วมกับผู้อื่น การมีส่วนร่วมในระบบคุณภาพและการพัฒนางานทางรังสีวิทยา และการรายงานอุบัติการณ์ของความเสี่ยงทางรังสี
6.3 มีส่วนร่วมในระบบคุณภาพของโรงพยาบาล การเข้าใจเรื่องการชดเชยการรักษา การบริหารสารทึบรังสี ตามนโยบายของโรงพยาบาลและระบบสุขภาพแห่งชาติ
6.1 การสอบในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง
– รายวิชาบูรณาการ
– วิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและคลินิกสัมพันธ์
6.2 Direct observationและ การประเมิน workplace assessment โดยใช้แบบประเมินสมรรถนะ EPA
6.3 แบบประเมิน 360 องศา จากพยาบาลและรังสีเทคนิค

การดำเนินการฝึกอบรม

1 ช่วงเวลาการฝึกอบรม
  1.1 วงรอบปีการศึกษา 1 กรกฎาคม ถึง 30 มิถุนายน
  1.2 การแบ่งภาค/ระดับชั้นปี
การดำเนินการฝึกอบรมเป็นไปตามวงรอบปีการศึกษา โดยแบ่งระยะเวลาฝึกอบรมทั้งหมด 3 ปี หรือ 36 เดือน (156 สัปดาห์โดยประมาณ) เป็นสามช่วง โดยแต่ละช่วง (หรือแต่ละปีการศึกษา) ใช้ระยะเวลาฝึกอบรม 12 สัปดาห์ (52 สัปดาห์โดยประมาณ)การให้การฝึกอบรมในแต่ละช่วง (ปีการศึกษา) หรือแต่ละระดับชั้นปีมีการกำหนดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมผ่านประสบการณ์เรียนรู้ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติตามระดับชั้นปีในลักษณะที่เป็น competency-based ที่กำหนดหลักการโดยราชวิทยาลัยฯ