เอกซเรย์ทั่วไป
พื้นฐานเกี่ยวกับเอกซเรย์
เอกซเรย์เป็นรูปแบบหนึ่งของรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวเคลื่อนระหว่าง 10 – 0.01 นาโนเมตร และมีความถี่ในช่วง 30×1015Hz ถึง 30×1018Hz ซึ่งมีความยาวคลื่นมากกว่ารังสีแกมมา แต่สั้นกว่ารังสีอุลตราไวโอเล็ตเอกซเรย์ค้นพบโดย นายวิลเฮล์มคอนราด แรนเกน ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 1895 (พ.ศ.2438) ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นภาพเอกซเรย์ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตามเอกซเรย์ก็ยังเป็นรังสีที่มีการแตกตัวเป็นประจุ จึงมีอันตรายต่อเซลล์เช่นกัน
ภาพมือและแหวน เป็นภาพเอกซเรย์ทางการแพทย์ภาพแรก ซึ่งแรนเกนได้ถ่ายภาพมือของภรรยาของเขาไว้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 1895 และได้ส่งเป็นภาพอวยพรปีใหม่แก่ศาสตราจารย์ ลุดวิก เซนเดอร์ แห่งวิทยาลัยฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเฟรเบอร์ก ในวันที่ 1 มกราคม 1896
การใช้เอกซเรย์ทางการแพทย์
เมื่อแรนเกนได้ค้นพบว่าเอกซเรย์สามารถถ่ายภาพกระดูกได้ เอกซเรย์ก็ได้รับการพัฒนาในการสร้างภาพทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นสาขาวิชารังสีวิทยาขึ้น โดยมีรังสีเทคนิค (รังสีการแพทย์) เป็นผู้ทำการถ่ายภาพ และรังสีแพทย์เป็นผู้แปลผลภาพทางรังสีนั้นว่ามีพยาธิสภาพอย่างไร เอกซเรย์มีประโยชน์อย่างมากในการตรวจเกี่ยวกับระบบกระดูก เมื่อเกิดอุบัติเหตุและคาดว่าจะมีกระดูกแตก/หัก การเอกซเรย์จะช่วยแพทย์ในการยืนยันโรคได้ สำหรับการใช้เอกซเรย์เพื่อตรวจเนื้อเยื่อทั่วไปนั้น ได้มีการใช้อย่างแพร่หลาย เช่นการตรวจเอกซเรย์ปอดในการตรวจร่างกายประจำปี ซึ่งภาพเอกซเรย์ปอดสามารถบอกถึงอาการน้ำท่วมปอด ก้อนเนื้อในปอดได้ ส่วนการเอกซเรย์ช่องท้อง ก็สามารถที่จะบอกถึงการอุดตันของลำไส้ การมีลมรั่วอยู่ในช่องท้อง ได้อีกด้วย ฟลูโอโรสโคปี เป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการตรวจอวัยวะที่เป็นเนื้อเยื่อ โดยมีการใช้สารทึบรังสี เช่น แป้งแบเรียมซัลเฟต สารประกอบไอโอดีน เพื่อทำการตรวจระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์สตรี ระบบประสาทไขสันหลังและระบบข้อต่อต่างๆ ภาพทางการแพทย์อีกอย่างหนึ่งในการประยุกต์ใช้เอกซเรย์ ก็คือการพัฒนาระบบการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจด้วยเครื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรืออัลตราซาวน์ด อย่างไรก็ตามเอกซเรย์ก็ได้รับการยืนยันจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นสารก่อมะเร็งเช่นกัน การสร้างภาพของระบบหลอดเลือด ซึ่งรวมถึงหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำต่างๆ นั้น มีการเรียกเฉพาะว่า รังสีวิทยาหลอดเลือด ซึ่งใช้หลักการของการลบภาพซ้ำ มาใช้สร้างภาพ โดยทำการถ่ายภาพบริเวณที่ต้องการก่อน จากนั้นฉีดสีผ่านหลอดเลือดโดยตรงและทำการถ่ายภาพที่บริเวณเดียวกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มาซ้อนทับกัน ส่วนที่เหมือนกันก็จะหายไป ทำให้เหลือภาพเส้นเลือดเพียงอย่างเดียว ซึ่งผู้ที่ทำการตรวจนั้นจะเป็นสาขาเฉพาะเรียกว่า แพทย์รังสีร่วมรักษา หรืออาจเป็นศัลยแพทย์ระบบหลอดเลือดก็ได้ ซึ่งจะทำการเปรียบเทียบภาพ และประเมินความผิดปกติ หรือโรคหลอดเลือดต่างๆ
ภาพเอกซเรย์กระดูกสะโพก
ภาพเอกซเรย์กระดูกสันหลังระดับเอว
ภาพเอกซเรย์กระดูกสันหลังระดับเอว
ภาพเอกซเรย์ปอด
ภาพเอกซเรย์กะโหลกศีรษะหน้าตรง
ขั้นตอนการถ่ายเอกซเรย์ทั่วไป (General X-ray Procedure)
การถ่ายเอกซเรย์เป็นการตรวจวินิจฉัยที่ไม่เจ็บปวด โดยใช้ปริมาณรังสีในระดับต่ำเพื่อสร้างภาพโครงสร้างภายในร่างกาย เช่น กระดูก อวัยวะ และเนื้อเยื่อ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. การเตรียมตัวก่อนการตรวจ (Before the Examination)
-
แจ้งข้อมูลสุขภาพ
- แจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือนักรังสีเทคนิคทราบ หากกำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
- แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ฝังอยู่ในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือข้อต่อเทียมโลหะ
-
ถอดเครื่องประดับและวัตถุโลหะ
- ถอดเครื่องประดับ แว่นตา นาฬิกา หรือวัตถุที่มีโลหะออกจากบริเวณที่ต้องการตรวจ
- วัตถุโลหะอาจบดบังภาพและส่งผลต่อความถูกต้องของการวินิจฉัย
-
เปลี่ยนชุดตรวจ
- อาจต้องเปลี่ยนเป็นชุดสำหรับผู้ป่วย เพื่อหลีกเลี่ยงกระดุม ซิป หรือโลหะที่รบกวนภาพเอกซเรย์
2. ระหว่างการตรวจ (During the Examination)
-
การจัดท่าทาง
- นักรังสีเทคนิคจะจัดท่าทางให้เหมาะสม อาจเป็นท่านั่ง ยืน หรือท่านอน
- อาจใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง เช่น หมอน หรือแผ่นรอง เพื่อให้ร่างกายอยู่นิ่ง
-
การถ่ายภาพเอกซเรย์
- เครื่องเอกซเรย์จะถูกปรับตำแหน่งให้เหมาะสมกับอวัยวะที่ต้องการตรวจ
- ผู้รับการตรวจต้องอยู่นิ่งในขณะถ่ายภาพ เพื่อให้ภาพคมชัด
- ในบางกรณีอาจถูกขอให้กลั้นหายใจประมาณ 1–2 วินาที
-
การควบคุมเครื่อง
- นักรังสีเทคนิคจะควบคุมเครื่องจากห้องควบคุมที่อยู่ติดกัน
- สามารถสื่อสารกับผู้รับการตรวจได้ตลอดผ่านกระจกและระบบสื่อสาร
3. หลังการตรวจ (After the Examination)
-
สิ้นสุดการตรวจ
- เมื่อถ่ายภาพครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบว่าการตรวจเสร็จสิ้น
-
การแต่งกาย
- สามารถเปลี่ยนกลับเป็นเสื้อผ้าปกติและสวมเครื่องประดับได้ทันที
-
การรอผลการตรวจ
- ภาพเอกซเรย์จะถูกส่งให้รังสีแพทย์ทำการอ่านผลและรายงาน
- เจ้าหน้าที่จะแนะนำขั้นตอนการรับผลการตรวจต่อไป
ข้อควรทราบ
- การถ่ายเอกซเรย์ทั่วไปใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
- ไม่มีความเจ็บปวดในระหว่างการตรวจ
- ปริมาณรังสีอยู่ในระดับต่ำและปลอดภัย
- ไม่มีผลข้างเคียง และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังการตรวจ
